17

เมื่อทหารจะออกทำการฝึกราชการสนามหรืออยู่ในสนามรบก็ตาม ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติดังนี้ ทหารจะออกนอกแถวโดยไม่ได้รับคำสั่งไม่ได้เป็นอันขาด โอกาสที่หลงกรมกองของตนถ้าพบกรมกองทหารที่อื่น ต้องเข้ารายงานและฟังการบังคับบัญชา ทำการร่วมรบกับหน่วยที่ตนรายงาน และขอให้ผู้ที่ตนรายงานนั้นเขียนหนังสือรับรองไว้ด้วยและถ้าพบกรมกองเดิม ต้องรีบกลับทันที ต้องฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด และต้องเชื่อฟังนายทหารอื่น ๆ ถึงมิใช่เป็นผู้บังคับบัญชาด้วยความเต็มใจ เช่น เมื่อรอเข้าสนาม หรือผู้ทำการแทนต้องพร้อมที่จะรบเสมอ อาวุธและกระสุนอย่าให้สูญหายและขาดมือ

อย่ายิงกระสุนให้เปลืองโดยเปล่าประโยชน์ จงถนอมกระสุนและทำการยิงให้ได้ผลต้องยิงให้แม่นยำทุก ๆ นัด อย่ายิงโดยหวังผลเป็นส่วนรวม อย่ายิงอย่างเดาสุ่มต้องสามัคคีกลมเกลียวกันอย่างจริงใจดังเพื่อนร่วมตายต้องอดทนกล้าหาญไม่คิดถึงความเหนื่อยยาก ไม่ยอมแพ้ข้าศึกง่าย ๆ อย่าหลีกเลี่ยงออกนอกแถวโดยอุบายต่าง ๆ ซึ่งแสดงว่าเป็นคนขลาด เช่นการนำคนเจ็บป่วยออกนอกกองรบ จะทำได้ก็เพียงพาเข้าหาที่กำบังใกล้เคียงเท่านั้น อย่าใจดีกับข้าศึกที่มีอาวุธและต่อสู้กับเรา แต่ถ้าข้าศึกยอมแพ้หรือบาดเจ็บไม่ต่อสู้เราต้องมีใจกรุณาฐานะเพื่อนมนุษย์อย่าเกี่ยวข้องกับข้าศึกเป็นอันขาดยกเว้นแต่ผู้เจรจาศึก ผู้สวามิภักดิ์ ผู้บาดเจ็บ เกี่ยวข้องได้

ขณะอยู่ในสนามรบต้องไม่โฆษณาข่าวร้ายหรือแสดงกิริยาให้หวาดกลัว ตื่นเต้น ซึ่งจะทำให้เกิดเสียกำลังใจในหมู่ทหารถ้าถูกอาวุธข้าศึกไม่ควรร้องเอะอะโวยวาย หรือ ถ้าบาดเจ็บแต่เพียงเล็กน้อย  ไม่ควรไปที่พยาบาลเลยทีเดียว ควรทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน แล้วทำการรบต่อไปทหารทุกคนต้องรู้สึกว่าในเวลาทำการรบนั้น  เราได้พลีชีพเพื่อประเทศชาติ  ศาสนา  และพระมหากษัตริย์แล้ว ทุกคนไม่ต้องกลัวตายถ้าเกิดท้อถอยขึ้นในเวลารบ ให้คิดถึงประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญและมองดูตัวคนที่เคารพมากที่สุดแล้วทำตามเขา อย่ายอมแพ้ สู้ตายดีกว่ายอมเป็นเชลยในเวลารบ ห้ามมิให้ทหารคนใดถอยลงมาข้างหลังโดยมิได้รับคำสั่งเป็นอันขาด (เว้นแต่เพื่อใช้ภูมิประเทศ) และห้ามมิให้เลิกทำการรบหรือละทิ้งที่มั่น โดยมิได้รับคำสั่งอย่างแน่ชัดเป็นอันขาด

เมื่อทหารถูกจับเป็นเชลยต้องไม่ตอบคำถามใด ๆ แก่ข้าศึกนอกจากยศ นาม  เครื่องหมายประจำตัวเท่านั้น การไม่ตอบปัญหาอย่างอื่นย่อมเป็นเกียรติศักดิอันหนึ่งของทหารต้องปกปิดเหตุการณ์ฝ่ายเรามิให้ข้าศึกทราบ ต้องระวังเอกสาร หรือจดหมายส่วนตัวก็มิให้ตกถึงมือข้าศึกเป็นอันขาด ถ้าทราบเหตุการณ์ข้าศึกต้องรีบรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว เมื่อ ผบ.หมู่ หรือ รองผบ.หมู่ ทำการรบไม่ได้หรือตาย ทหารที่อยู่ข้างหน้าซึ่งเป็นผู้กล้าหาญและมีความสามารถจะต้องรีบเข้าทำหน้าที่แทนต่อไปทันที การหันหลังให้ข้าศึกให้โทษร้ายแรงที่สุด เพราะข้าศึกทำอันตรายเราได้ฝ่ายเดียว

หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย

– DIVISION MARINE RECON หน่วยมารีนรีคอน เป็นหน่วยรบพิเศษของนาวิกโยธิน ภารกิจหลักคือการลาดตระเวนระยะไกล หาข่าวกรองให้กับหน่วยย่อยในสนามรบ ประกอบไปด้วยสไนเปอร์ที่สามารถยิงปืนเล็กระยะไกลได้อย่างแม่นยำ

– Air Force Special Operations Weatherman หน่วยพยากรณ์อากาศอุตุนิยมวิทยาทางการทหาร เป็นหน่วยย่อยภาคพื้น สังกัดกองทัพอากาศ US Air Force สามารถพยากรณ์อากาศในระหว่างการต่อสู้กับศัตรูฝ่ายตรงข้ามในสนามรบอย่างแม่นยำ เพื่อการโจมตีเป้าหมายทางอากาศต่างๆ
– USMC The Air Naval Gunfire Liaison Company กองร้อยประสานการโจมตีทางอากาศ / ANGLICO เป็นหน่วยซึ่งประกอบด้วยนาวิกโยธินและทหารเรือสำหรับติดต่อประสานการยิงสนับสนุนและการโจมตีทางอากาศเป้าหมายบนฝั่ง คล้ายกับหน่วยเสริมกำลังรองจากหน่วยซีล เนื่องจากหน่วยนี้ไม่สามารถออกปฏิบัติการได้ทันทีเหมือนหน่วยซีล
– Air Force Combat Controllers หน่วยประสานข่าวกองทัพอากาศ ที่เชี่ยวชาญทางการแทรกซึมหาข่าวในเขตของฝ่ายตรงข้าม เพื่อส่งพิกัดเป้าหมายและขอสนับสนุนการยิงระเบิดบอมบ์ทางอากาศต่อไป
– Army ‘Combined Applications Group’ ดลต้า ฟอร์ซ คือชื่อใหม่ของหน่วยนี้ เปรียบเป็นนักรบแชมป์เฮฟวี่เวท ปฏิบัติการเหนือปฏิบัติการ
– Marine Corps Force Reconnaissance กองลาดตระเวน ทำหน้าที่ลาดตระเวนหลังแนวข้าศึก ร่วมถึงเป็นหน่วยที่มีความสามารถในการปฏิบัติการทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุต่างๆขึ้น หลีกเลี่ยงการปะทะ รับคำสั่งโดยตรงจากผู้บัญชาการนาวิกโยธิน ไม่ว่าจะปฎิบัติการอยู่บนบกหรือในน้ำ
– The Maritime Raid Force — MRF หน่วยจู่โจมทางทะเลของกองทัพเรือ จัดตั้งขึ้นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาโจรสลัดทางทะเลโดยคัดเลือกผู้ร่วมทีมจากกองทัพเรือและนาวิกโยธิน ทีม MRF เป็นหน่วยผสมจากหน่วยต่างๆ ทั้งจากซีล รีคอน สไนเปอร์ หน่วยรบพิเศษสะเทินน้ำสะเทินบก
– US Army Rangers หน่วยทหารราบของกองทัพบกสหรัฐ ภารกิจที่มอบให้อาจจะนอกเหนือจากที่ทหารราบทั่วๆไปปฎิบัติ และกำลังพลที่บรรจุลง จะได้รับการฝึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฎิบัติที่พิเศษกว่าทหารราบมาตรฐาน มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง เชี่ยวชาญในการต่อสู้ การโจมตีด้วยพลร่มและการโจมตีทางอากาศ และมีขีดความสามารถในการปฎิบัติการร่วมกับหน่วยรบพิเศษต่างๆ
– Marine Scout Snipers พลซุ่มยิงลาดตระเวน พลซุ่มยิงมีความเชี่ยวชาญในการลาดตระเวนและแม่นยำในการยิงเป้าหมายที่สำคัญ โดยเป้าหมายไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย หน่วยนี้ไม่ใช่หน่วยรบสุดยอดแต่การสู้รบทางการทหารในการบุกทุกครั้งจะขาดพลซุ่มยิงไม่ได้

พันธมิตรของ “สหรัฐอเมริกา” กับคอมมิวนิสต์รัฐได้มีชื่อ “พลังฟรีทั่วโลกทหาร” ด้วย การโกหกนี้ “สหรัฐอเมริกา” มีส่วนร่วมครึ่งหนึ่งของโลกภายในต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตน แม้แต่ “ประเทศที่ไม่พัฒนา” ได้ให้ทหารในขณะที่ประชากรเหล่านั้นอาจมีการใช้เงินที่ดีจริงๆสำหรับโครงการ ประชา กัมพูชา ได้จัดสรร “เขมรกองกำลังติดอาวุธแห่งชาติ” ซึ่งได้รับการฝึกฝนโดย “สหรัฐ” กองกำลังพิเศษ (USSF) ทหาร ออสเตรเลีย ที่เกิดขึ้น “ออสเตรเลียทีมกองทัพฝึกอบรม, เวียดนาม” (AATTV), ฝึกอบรมกองทัพเวียดนามใต้ โดยทั่วไปชาว ออสเตรเลีย ถูกเรียกว่า “Aussies” (คลาร์ก, p.38) ออสเตรเลีย “พลเรือน” Irregular กลุ่มพลเรือนกลาโหม “(CIDG) มีงานลาดตระเวนและเทคนิคการตรวจสอบ. บริการอากาศออสเตรเลีย (SAS) และ AATTV กำลังสนับสนุนการทำงานของ” US กองกำลังพิเศษ “(USSF) . ในปี 1965 ออสเตรเลียส่ง “กองทหารออสเตรเลีย” สำหรับบริการในเวียดนามใต้กองทัพในฐานะ “กองเรือรบออสเตรเลีย 1″ (คลาร์ก, p.38). หน่วยสุดท้ายของ AATTV กำลังจะออกจากเวียดนามในเดือนธันวาคม 1972

ใน ปี 1964 นิวซีแลนด์จะส่งที่ปรึกษากลุ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปยังประเทศเวียดนามและจากนั้นหน่วยของ “ปืนใหญ่พระราชนิวซีแลนด์” ตามและต่อมาเอสเอ (“แอร์”), วิศวกรและทหารราบ กอง ร้อยรวมของนิว Zealanders และออสเตรเลียถูกสร้างขึ้นด้วย “ออสเตรเลียนิวซีแลนด์กองทัพ” (ANZAC) พลอยทั้ง 469 ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ทหารเสียชีวิตในเวียดนาม ชื่อเล่นสำหรับชาว นิวซีแลนด์คือ “กีวี” ในปี 1972 ทั้งหมดทหารต่อสู้ของนิวซีแลนด์ได้มาที่บ้านเพื่อนิวซีแลนด์

ฟิลิปปินส์ กับระยะทางน้อยกว่า 1,300 คนจากเวียดนามทำหน้าที่เป็นฐานหลักสำหรับ “สหรัฐฯ” กองทัพอากาศและนาวิกโยธินทางของพวกเขาไปยังประเทศเวียดนาม พวกเขายังทำ หน้าที่ เป็นสถานีบริการซ่อมแซมเรือของกองทัพเรือที่ 7 ระบอบ การปกครองของประเทศฟิลิปปินส์ภายใต้เฟอร์ดินานด์มาร์กอสยัง ส่งหน่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนักสู้สงครามวิศวกรและทหารทางการแพทย์เพื่อเวียดนามใต้เป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มปฏิบัติการ 1 คนฟิลิปปินส์ หลังจากที่พ่ายแพ้ “อเมริกัน” ในเวียดนาม “US” ทหารบนฐานของฟิลิปปินส์รู้สึกอันตรายมาก

ไต้หวัน ถูกส่งกลุ่มน้อยของที่ปรึกษาทางทหาร กับเวียดนามใต้ไม่เกิน 50 คน “สหรัฐ อเมริกา” กลัวคอมมิวนิสต์จีนจึงกำลังพลจากไต้หวันถูกปฏิเสธ “สหรัฐอเมริกา” ได้ใช้ฐานไต้หวันกองทัพอากาศใน Ching Chuan Kang CCK สำหรับกองทัพอากาศของพวกเขา

ประเทศไทยเริ่มสนับสนุน “สหรัฐอเมริกา” ในปี 1964 แล้ว (นักบินและเครื่องบินรบทางอากาศ) ในภาคใต้เวียดนาม ในปี 1967 ก่อนทหารต่อสู้แบบไทยที่ถูกส่งไป Bien Hoa จังหวัดที่เรียกว่า “ของสมเด็จพระราชินีรบทีมงูเห่ากองร้อย” ใน ปี 1968 “งูเห่า” มากลับบ้านไปประเทศไทยและถูกแทนที่ด้วยกองทัพไทย “ปกองกำลัง” แพนเตอร์ Devision ดำ “. เพิ่มไปยังประเทศไทยนี้สนับสนุนกองทัพอากาศและนักบินทะเลบนเรือในทะเล. ในสิงหาคม 1971 กอง ทัพไทยเริ่มที่จะกลับมากว่า 350 ทหารไทยถูกฆ่าตายในสงครามเวียดนามประเทศไทยเช่ายังฐานกองทัพอากาศไป “สหรัฐอเมริกา”… น้ำพองโคราช Takhili, พระนคร, นครพนมจากฐานเหล่านี้ “สหรัฐ” เครื่องบินรบทางอากาศเป็น ทำ ให้เที่ยวบินของพวกเขาสำหรับการวางระเบิดและเที่ยวบินตำรวจ ทั่วเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ [มากกว่ากัมพูชา, ลาว, เวียดนาม]

9

ถ้าจะนึกถึงวงการการศึกษาเพื่อก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในรั้วของชาติแล้ว เราจะอดนึกถึงโรงเรียนนายสิบนายร้อยหลายเหล่าทัพไม่ได้ครับ ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ได้สร้างนักรบ นักวางแผน ฝึกวินัยและสร้างทีมเวิร์ค เพื่อปกป้องบ้านเมืองเรามาช้านาน วันนี้ eduzones จึงมีไอเดียดีๆพาทุกคนบินลัดฟ้าสู่สหรัฐอเมริกามาทำความรู้จักกับ 10 โรงเรียนเหล่าทัพชื่อดังของสหรัฐอเมริกากัน โรงเรียนแต่ละโรงล้วนแล้วแต่สร้างบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในสหรัฐอเมริกาและเป็นสถานที่อบรมบ่มเพาะผู้นำโลกในหลายประเทศอีกด้วย อยากรู้จักกันแล้วใช่ไหมมาดูกันเลย

Valley Forge Military Academy And College ก่อตั้งในปีค.ศ.1928 ในพื้นที่อันกว้างใหญ่ในเขต Wayne ของรัฐ Pennsylvania สถานที่แห่งนี้อบรมบ่มเพาะนักเรียนหนุ่มตั้งแต่เกรด 7 ถึง เกรด 12 หรือถ้าเป็นบ้านเราก็เทียบได้กับระดับชั้นมัธยมศึกษานั่นเองครับ โรงเรียนแห่งนี้จัดได้ว่ารับนักเรียนน้อยมากที่สุดโรงเรียนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาครับ โดยมีนักเรียนรวมกันทั้งสิ้นในปัจจุบันเพียงแค่ 600 คนเท่านั้น

US Merchant Marine Academy เป็นหนึ่งในโรงเรียนทหารเรือที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อตั้งในปีค.ศ.1942 ในเขต Kings Point ของ New York ปัจจุบันโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนในระดับปริญญาตรีประมาณ 900 คน แต่การสอบเข้านั้นไม่ง่ายครับ เพราะการสอบเข้านั้นต้องสอบ SAT/ACT ส่งบทความแรงบันดาลใจ จดหมายรับรอง 3 ฉบับ ต้องผ่านการทดสอบด้านร่างกายและได้รับการแนะนำจากสมาชิกสภา Congress อีกด้วย ปัจจุบันมีนักเรียนจากทั่วโลกกว่า 18 ชาติเข้ามาเรียนที่นี่ในหลักสูตรหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรีด้าน leadership development หรือ physical and military training ชาว eduzonesคนไหนสนใจลองเข้าเว็บไซต์โรงเรียนเข้าไปศึกษาข้อมูลดูได้นะครับ

US Coast Guard Academy มีความเกี่ยวข้องกับการกู้ชีพทางทะเล โรงเรียนตั้งอยู่ใน New London ของรัฐ Connecticut และถูกจัดเป็นโรงเรียนที่เล็กที่สุดใน 5 สถาบันการบริการของรัฐ การสอบเข้าค่อนข้างมีการแข่งขันสูง โดยมีการรับเพียง 400 คน จากผู้สมัครกว่า 2,500 คนในปีที่แล้ว ผู้เข้าศึกษาที่ได้รับการตอบรับไม่เพียงแค่เป็นผู้ที่ได้รับคำแนะนำจาก U.S. member of Congress เท่านั้นแต่ต้องแข่งขันกันสอบเข้าด้วย โดยมีอัตราการรับเข้าเพียง 16% เท่านั้น

The Citadel หรือในชื่อทางการว่า “The Military College of South Carolina” เป็นโรงเรียนคุณภาพมาตรฐานระดับประเทศและประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1842 โดยรู้จักกันในฐานะโรงเรียนตำรวจ ซึ่งสอนในระดับปริญญาตรี The Citadel มีประวัติศาสตร์อันโด่งดังสมัยสงคราม Civil War ของสหรัฐอเมริกา ด้วยศิษย์เก่าที่มีบทบาททางการเมืองระดับประเทศ

32

ปัจจุบันอเมริกามีค่ายฝึกในอิรัก 4 แห่ง โดย 2 แห่งอยู่ใกล้ๆ กรุงแบกแดด แห่งที่ 3 อยู่ที่ฐานทัพอากาศในจังหวัดอันบาร์ และแห่งสุดท้ายอยู่ใกล้เมืองเออร์บิล ทางเหนือของอิรักยังไม่มีความชัดเจนว่า ค่ายฝึกแห่งใหม่ที่อาจจะพร้อมเริ่มดำเนินการในฤดูร้อนนี้ จะฝึกทหารอิรักเพื่อส่งเข้าต่อสู้กับไอเอสได้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ในปีที่แล้ว อเมริกาช่วยฝึกทหารให้อิรักได้ประมาณ 9,000 คน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดูจะแน่นอนแล้วก็คือจะไม่มีการส่งกองทหารอเมริกันเข้าไปใกล้ๆ แนวหน้าของการสู้รบ เพื่อทำหน้าที่ช่วยชี้เป้าการโจมตีทางอากาศ หรือให้คำแนะนำการรบแก่หน่วยย่อยของอิรัก กระนั้น เจ้าหน้าที่อเมริกันผู้หนึ่งระบุว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้อาจจะรวมถึงการเร่งรัดจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปให้ทหารบางหน่วยของอิรัก

ขณะอยู่ในนครเยรูซาเลมว่า ได้ยื่นข้อเสนอเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต่อโอบามาแล้ว และชี้ว่าในขณะนี้โอบามาอาจจะต้องพิจารณาคำถามต่างๆ จำนวนหนึ่ง เป็นต้นว่า ทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานและที่อื่นๆ ในโลกจะต้องมีการเปรับเปลี่ยนกิจกรรมอย่างไรหรือไม่ หากอเมริกาเข้าร่วมในสงครามอิรักมากขึ้น เดมป์ซีย์เสริมว่า เพนตากอนยังกำลังทบทวนหนทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการโจมตีทางอากาศ ซึ่งถือเป็นเสาหลักของยุทธศาสตร์ของโอบามา ในการกรุยทางให้ทหารภาคพื้นดินของอิรัก สามารถเข้ายึดดินแดนคืนจากไอเอส ตัวโอบามาเองกล่าวยอมรับ สหรัฐฯยังคงไม่มี ยุทธศาสตร์ที่พร้อมสมบูรณ์ ในการฝึกกองกำลังอาวุธชาวอิรัก และเรียกร้องรัฐบาลชีอะห์เปิดทางให้อาสาสมัครชาวสุหนี่เข้าร่วมในการสู้รบกับไอเอสให้มากขึ้นเดมป์ซีย์สำทับว่า เมื่อเร็วๆ นี้ โอบามาขอให้ทีมความมั่นคงแห่งชาติตรวจสอบและพิจารณาวิธีการในการปรับปรุงประสิทธิภาพการฝึกและติดอาวุธให้ทหารอิรัก หลังจากมีเสียงวิจารณ์แนวทางนี้ของวอชิงตัน แม้กระทั่งแอช คาร์เตอร์ รัฐมนตรีกลาโหมเองยังแสดงความเคลือบแคลง โดยแถลงว่า การที่กองทัพอิรักละทิ้งรามาดีจนไอเอสยึดไปได้อย่างไม่ยากไม่เย็นอะไรนั้น บ่งชี้ให้ว่าชาวอิรักไม่มีใจในการรบ