กองทัพสหรัฐอเมริกานับเป็นหนึ่งในกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ยอดกำลังพล กำลังพลได้มาจากอาสาสมัครจำนวนมากซึ่งได้รับค่าตอบแทน แม้ในอดีตจะมีการเกณฑ์ทหารทั้งในยามสงครามและยามสงบ กองทัพมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา สัมผัสความสามัคคีและเอกลักษณ์ของชาติถูกสร้างขึ้นจากผลของชัยชนะ กองทัพอากาศสหรัฐฯ นำเอา กูเกิล กลาส อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะมาทดสอบใช้งานภาคสนาม เพื่อดูว่าคอมพิวเตอร์ช่วยให้ทหารปฏิบัติภารกิจดีขึ้นหรือไม่ โดยมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานบนระบบแอนดรอยด์ แต่ยังพัฒนาไม่เสร็จในเวลานี้ ทอ.สหรัฐ ทดสอบใช้กูเกิล กลาส สำหรับทหารที่ปฏิบัติภารกิจในสนามรบ

เว็บไซต์ Cnet อ้างการรายงานของ venturebeat ที่ระบุว่า ขณะที่ทีมวิจัยและทดสอบ “แบทแมน” ที่ ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังอยู่ระหว่างทดสอบการใช้งานแว่นตา กูเกิลกลาส (Google Glass) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในการรบภาคสนาม แอนเดรส คาลโว นักพัฒนาซอฟต์แวร์พลเรือน และผู้รับเหมา ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้สมบูรณ์จนเป็นที่ยอมรับในระยะเวลาอันใกล้ อุปกรณ์สวมใส่ได้ไม่เป็นหมัดเด็ดสำหรับสิ่งต่างๆ ที่กองทัพอากาศต้องการ นักพัฒนาจะทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้บนระบบโอเอสแอนดรอยด์

กูเกิล กลาส มีความสามารถบันทึกวิดีโอ ถ่ายภาพ สนทนาข้อความ และค้นหาเส้นทาง หาข้อมูลจากเว็บไซต์ และอื่นๆ รุ่นนี้เป็นแบบที่ใช้แบบเรียลไทม์ และมีขีดความสามารถใช้ในสถานการณ์อันตรายแบบที่ทหารเจอ เพื่อใช้ในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทหาร มีบางแอพพลิเคชั่นที่มีอินเทอร์เฟซช่วยให้อุปกรณ์สวมใส่สามารถช่วยกองทัพอากาศได้มากขึ้น ทีมพัฒนาที่ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานในสมรภูมิรบ โดยสร้างบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แพลตฟอร์ม ตามรายงานของ venturebeat กูเกิล และทอ.สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นพันธมิตรกันในโครงการทดสอบอุปกรณ์สวมใส่ดังกล่าว

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูเกิลกลาสถูกเลือกมาใช้งานโดยเหล่ามืออาชีพ นอกเหนือจากเซียนด้านไอที ยังมี นักดับเพลิง แพทย์ และคนทำงานภาคสนาม ที่ได้มีการร่วมทดสอบอุปกรณ์ไปเมื่อเดือน มี.ค.2557 ที่ผ่านมา โดยห้องฉุกเฉินของคลินิกแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน ได้ประกาศว่าจะนำกูเกิลกลาสมาใช้ในการ ทดสอบคนไข้ให้อ่านตัวอักษรบนชาร์ต

พื้นที่ตามแนวชายแดนของประเทศ

มีความสำคัญยิ่งต่อการรักษาเอกราชอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ภารกิจในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนนั้น มิได้หมายถึงการสร้างรั้ว เครื่องกีดขวาง การวางกำลังทหาร กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อตรึงแนวชายแดนเท่านั่น แต่ยังหมายถึงภารกิจที่ต้องฟื้นฟูศักยภาพของประชาชนให้เข้มแข็งทุกด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา การเมืองการปกครอง เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้สูงขึ้น พร้อมที่จะเป็นปราการพลังประชาชน

สถานการณ์การก่อการร้ายในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้ลดจำนวนการก่อเหตุลงเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าการก่อการร้ายยังคงเป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก ขณะเดียวกันปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างเชื้อชาติ และศาสนา รวมทั้ง ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม-อารยธรรม ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศต่างๆและระหว่างประเทศ ดังนั้นการผนึกกำลังป้องกันประเทศ โดยการนำทรัพยากรที่เป็นพลังอำนาจของชาติทุกประเภท ในทุกมิติทั้งด้านการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาบูรณาการอย่างมีระเบียบแบบแผนและเป็นระบบตั้งแต่ยามปกติ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของชาติ รวมทั้งชดเชยอำนาจกำลังรบของกองทัพที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องมีการเตรียมการและกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งในยามปกติและยามสงคราม

หน้าที่ในการรักษาความสงบตามแนวชายแดน

ในลักษณะจัดชุดเฝ้าตรวจ และชุดลาดตระเวนตามเส้นทาง ช่องทาง หรือพื้นที่ที่คาดว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม การกระทำผิดกฎหมาย หรือการกระทำที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่หวงห้ามทางทหาร การลักลอบนำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ออกนอกประเทศ การลักลอบขนสินค้าหลบเลี่ยงภาษี การค้าอาวุธสงคราม และการปล้นราษฎรตามแนวชายแดน การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการป้องกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคน ชุมชน ในตำบลชายแดนให้มีภูมิคุ้มกันจากปัญหาต่างๆ และยังต้องมีการส่งเสริมความเข้าใจที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดการนำไปสู่ความขัดแย้ง และเพิ่มความร่วมมือในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

สถานการณ์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และพลังงาน รวมทั้งการทหาร โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะโลกไร้พรมแดน สำหรับสถานการณ์การก่อการร้ายในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้ลดจำนวนการก่อเหตุลงเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าการก่อการร้ายยังคงเป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก ปัญหาความมั่นคงที่สำคัญของไทยที่ปรากฏขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา คือ ความแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติในเวลาอันใกล้ โดยได้มีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องหรือเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายมากขึ้น กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมให้การชุมนุมดังกล่าวอยู่ในความสงบ เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างประเทศ

ปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง

ซึ่งยังคงมีมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการก่อการร้ายสากล ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาโจรสลัด ปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่หากไม่ควบคุมหรือรีบดำเนินการแก้ไข อาจจะขยายขอบเขตมากขึ้น และส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อประชาชน และประเทศชาติได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งกองทัพไทยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรด้วยการปรับปรุงพัฒนา ระบบการฝึก และศึกษาอบรมให้มีความรู้ทางการเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งปลูกจิตสำนึกและอุดมการณ์ในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ปัจจุบันประเด็นปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

โดยมากมักมีที่มาจากทัศนคติของสังคมที่มีต่อกันมากกว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมืองและการทหาร ทัศนคติของสังคมที่นำไปสู่การจุดประเด็นความขัดแย้งและความหวาดระแวงที่เกิดขึ้น โดยหลักแล้วมักมีสาเหตุมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยในลักษณะของการใช้ศักยภาพที่เหนือกว่าเข้าไปแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การจับปลาข้ามเขตน่านน้ำ การทำไม้และแร่ธาตุ ทั้งวิธีที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง รวมทั้งการไปแสวงประโยชน์จากการลงทุนกับเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจน้อยกว่า

การขจัดเงื่อนไขและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในของประเทศบริเวณพื้นที่ชายแดน หรือพื้นที่มีปัญหาด้านความมั่นคง โดยให้ความสำคัญต่อการปราบปรามขบวนการก่อการร้าย การลักลอบค้าอาวุธสงครามและการค้ายาเสพติด และได้จัดทำโครงการพัฒนาเพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญต่อโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาพต่างๆ เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทุกเหล่าทัพได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขึ้น ซึ่งมีการดำเนินการตามโครงการต่างๆ สนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านยาเสพติดในหลายรูปแบบ

ยุทธศาสตร์ทหารที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องชนะสงคราม ซึ่งตามที่ได้กล่าวข้างต้น สงครามขณะนี้ คือ สงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่รบกับ Al-Qaeda และตาลีบัน ในอัฟกานิสถานและปากีสถาน ซึ่งจะมียุทธศาสตร์ย่อยดังนี้

- โต้กลับการรุกคืบของตาลีบันโดยใช้กำลังทหารสหรัฐร่วมกับ NATO
- ปฏิเสธไม่ให้ตาลีบันเข้ายึดครองเมืองและเขตเศรษฐกิจ
- รุกคืบเข้าไปในเขตรอบนอกที่ตาลีบันยึดครองอยู่ และป้องกันไม่ให้ Al-Qaeda กลับมาตั้งแหล่งซ่องสุมใหม่ในอัฟกานิสถาน
- ทำให้สมรรถภาพของตาลีบันลดลงในระดับที่กองกำลังของอัฟกานิสถานจะจัดการได้ การที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเพิ่มกำลังทหารเข้าไป โดยจะมีการเพิ่มกำลังทหารให้ได้ประมาณ 1 แสนคน

· ยุทธศาสตร์ป้องกันและป้องปรามความขัดแย้ง

ยุทธศาสตร์นี้จะป้องกันสหรัฐจากการถูกโจมตี และป้องปรามศัตรู ส่งเสริมความมั่นคงในระดับภูมิภาค และการเข้าถึงเขตสากล (global commons อาทิ อวกาศ น่านน้ำสากล ขั้วโลกใต้) โดยจะต้องมีการให้ความช่วยเหลือพันธมิตรในการส่งเสริมสมรรถภาพทางทหาร แต่เอกสาร QDR เน้นว่า อำนาจอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐจะยังเป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์การป้องกันและการป้องปราม โดยสหรัฐจะยังคงมีอาวุธนิวเคลียร์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องปรามการโจมตีสหรัฐและพันธมิตร นอกจากนี้ สหรัฐจะช่วยเหลือพันธมิตร ด้วยการจัดตั้งระบบป้องปรามในระดับภูมิภาค ด้วยการคงกองกำลังทหารสหรัฐระบบป้องกันขีปนาวุธ และระบบป้องปรามอาวุธนิวเคลียร์

ยุทธศาสตร์การชนะสงครามในรูปแบบใหม่ๆ

ถ้าการป้องปรามล้มเหลวและศัตรูข่มขู่หรือใช้กำลัง สหรัฐก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งในอนาคตที่จะมีความหลากหลาย ซึ่งรวมถึง

- การเอาชนะกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะ Al-Qaeda และพันธมิตร

- การเอาชนะการรุกรานจากรัฐศัตรู

- การป้องกันอาวุธร้ายแรง โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ศัตรูที่ไม่ใช่รัฐมีอาวุธร้ายแรง

- ช่วยเหลือรัฐที่อ่อนแอในการเผชิญกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย

- เตรียมพร้อมทำสงครามในอินเตอร์เน็ต

กองทัพสหรัฐอเมริกา เป็นกองทัพของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยกองทัพบก กองทัพเรือ เหล่านาวิกโยธิน กองทัพอากาศและหน่วยยามฝั่ง สหรัฐอเมริกามีประเพณีพลเรือนควบคุมทหารอย่างเข้มแข็ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้บัญชาการทหาร และมีกระทรวงกลาโหมทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักซึ่งนำนโยบายทางทหารไปปฏิบัติ กระทรวงกลาโหมมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (Secretary of Defense) ซึ่งเป็นพลเรือนและอยู่ในคณะรัฐมนตรี เป็นเจ้ากระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ในอันดับที่สองของสายการบังคับบัญชาของทหาร รองแต่เพียงประธานาธิบดี และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหลักของประธานาธิบดีในกิจการทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง กับกระทรวง ประธานาธิบดีมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) เป็นที่ปรึกษา ซึ่งมีที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Advisor) เป็นผู้นำ เพื่อประสานงานการปฏิบัติทางทหารกับการทูต ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีเสนาธิการร่วม (Joint Chiefs of Staff) เจ็ดคนเป็นที่ปรึกษา ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยหัวหน้าเหล่าทัพต่าง ๆ ของกระทรวงและหัวหน้าสำนักงานหน่วยรักษาดินแดน (National Guard Bureau) โดยประธานเสนาธิการร่วมและรองประธานเสนาธิการร่วมเป็นผู้สรรหาผู้นำ ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งไม่เป็นสมาชิกของเสนาธิการร่วม

ทุกเหล่าทัพประสานงานระหว่างปฏิบัติการและภารกิจร่วม ภายใต้การบังคับบัญชาพลรบรวม (Unified Combatant Command) ซึ่งอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยกเว้นหน่วยยามฝั่ง หน่วยยามฝั่งอยู่ในการบริหารจัดการของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) และได้รับคำสั่งปฏิบัติการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ประธานาธิบดีหรือรัฐสภาคองเกรสอาจโอนอำนาจการบังคับบัญชาหน่วยยามฝั่งไปให้กระทรวงทหารเรือ (Department of the Navy) ในยามสงครามได้ เหล่าทัพทั้งห้าล้วนจัดเป็นหน่วยที่แต่งเครื่องแบบของสหรัฐอเมริกาอันมีอยู่ เจ็ดหน่วย อีกสองหน่วยได้แก่ หน่วยบริการสาธารณสุข (Public Health Service Commissioned Corps) และ หน่วยการบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration Commissioned Corps) ของสหรัฐ
นับแต่ก่อตั้ง กองทัพมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา สัมผัสความสามัคคีและเอกลักษณ์ของชาติถูกสร้างขึ้นจากผลของชัยชนะในสงครามบาร์บารีทั้งสองครั้ง กระนั้น บิดาผู้ก่อตั้งยังไม่ไว้ใจการมีกำลังทหารถาวร จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองปะทุ สหรัฐอเมริกาจึงตั้งกองทัพบกประจำการขนาดใหญ่อย่างเป็นทางการ รัฐบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติ ค.ศ. 1947 ซึ่งผ่านมติเห็นชอบในช่วงเริ่มแรกของสงครามเย็น ได้จัดตั้งกรอบทหารสหรัฐอเมริกาสมัยใหม่ รัฐบัญญัติดังกล่าวรวมกระทรวงสงคราม และ กระทรวงทหารเรือในอดีตเข้าด้วยกันเป็นหน่วยจัดตั้งทหารแห่งชาติ (National Military Establishment) ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงกลาโหมใน ค.ศ. 1949 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้นำ ตลอดจนตั้งกระทรวงทหารอากาศและสภาความมั่นคงแห่งชาติ