connon
ทหารราบ คือเหล่าทหารที่มีหน้าที่ทำการรบทางพื้นดิน นับว่าเป็นเหล่าที่มีหน้าที่สำคัญมากและเหน็ดเหนื่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรบในรูปลักษณะใดก็ตามทหารราบต้องทำการรบตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงการต่อสู้ในระยะประชิดตัวต่อตัวด้วยการใช้ดาบปลายปืนและอาวุธสั้นชนิดต่างๆเพื่อแย่งยึดพื้นที่ข้าศึกควบคุมหรือยึดครองอยู่มาเป็นของฝ่ายเราให้จงได้ สำหรับบทบาทของหน่วยทหารราบนั้นเป็นการปฎิบัติที่ต้องการความเด็ดขาดในการยุทธเคลื่อนที่เร็วทางพื้นดิน โดยใช้ยานรบทางพื้นดินและอากาศ โดยกำเนิดของทหารม้ามีลักษณะเพื่อการรบด้วยวิธีรุกเป็นหลักและดำรงคุณลักษณะได้ด้วยการใช้ยานรบอย่างชำนาญ บทบาทนี้ปฎิบัติโดยทหารม้า ในกองพลทหารราบ และหน่วยทหารม้านอกกองพลทหารราบ

การระวังป้องกัน การกระจายกำลัง การกำบัง การซ่อนพราง การลวง และการยิงข่มอาวุธข้าศึก สิ่งสำคัญที่สุดคือทหารราบต้องอยู่พ้นวิสัยการตรวจจับของฝ่ายข้าศึกให้ได้จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว ทหารราบจะกลายเป้าหมายที่ล่อแหลมจากอำนาจการยิงของข้าศึกทุกชนิด และเมื่อตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายข้าศึกแล้ว ทหารราบจำเป็นต้องทำการรบแตกหัก หรือเข้าประชิดและทำลายข้าศึกซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พึงประสงค์ แต่สิ่งที่ทหารราบมีความมุ่งประสงค์อยู่ตลอดเวลาก็คือ การได้เป็นฝ่ายกำหนดตำบลและเวลาของการรบ ดังนั้นจึงต้องพิทักษ์หน่วยเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนดตำบลและเวลาของการรบได้แล้วเข้าทำการรบด้วยอำนาจกำลังรบสูงสุดและด้วยการจู่โจม

ขีดความสามารถจองทหารราบ

1. ดำเนินกลยุทธ์ภายใต้การยิงการยิงที่มีเกาะป้องกันในสนามรบ
2. เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในพื้นที่หนึ่งและเข้าปะทะข้าศึกเพื่อตัดสินการรบ ณ ตำบล คับขัน
3. กระจายกำลัง และรวมกำลังอย่างรวดเร็ว
4. ทนต่อการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ได้ในระดับหนึ่ง
5. เข้าปะทะและผละจากการสู้รบกับข้าศึกได้อย่างรวดเร็ว โดยสูญเสียน้อยที่สุด
6.เข้าโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อที่มั่นข้าศึก

ขีดจำกัดของทหารราบ

1. สิ้นเปลือง สป.ต่าง ๆมาก โดยเฉพาะ สป.3 และสป.5
2. มีความต้องการในการซ่อมบำรุงสูง
3. ยานรบส่วนมากมีน้ำหนักมากจึงมีปัญหาในการขนส่ง การเคลื่อนย้าย และการปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีความอ่อนนุ่ม หรือเป็นที่ลุ่มและพื้นที่ที่เป็นป่าเขา

การจัดหน่วยทหารราบ

การจัดหน่วยทหารราบในปัจจุบัน แบ่งตามลักษณะการจัดได้ ดังนี้
– จัดเป็นหน่วยระดับกองพลเรียกว่า กองพลทหารราบ
– จัดเป็นหน่วยระดับกรม เรียกว่า กรมทหารราบ
– จัดเป็นหน่วยระดับกองพัน เรียกว่า กองพันทหารราบ
– จัดเป็นหน่วยระดับกองร้อยอิสระ เรียกว่า กองร้อยทหารม้าลาดตระเวน กองพลทหารราบ และกองร้อยทหารม้ารักษาพระองค์

ทุกครั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไม่สงบต่างๆ รวมไปถึงการเข้าจับกุมยาเสพติด และการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เราจะเห็นว่าการทำงานของเจ้าหน้าทหารนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เรียกได้ว่าต้องลุ้นกันวินาทีต่อวินาที …
และท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดนั้น เราก็จะพบว่านอกจากจะมีทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องความสงบสุขของประชาชนแล้ว ก็ยังมี “สุนัขทหาร” ที่เป็นอีกหนึ่งแรงกำลังสำคัญที่ร่วมทำงานอยู่เคียงข้างทหารในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงอันตราย ถ้าหากปฏิบัติภารกิจสำเร็จทั้งทหารและสุนัขทหารก็จะปลอดภัย แต่ถ้าหากปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ นั่นก็อาจหมายถึง “การสูญเสีย” …เมื่อทุกวินาทีของการปฏิบัติภารกิจหมายถึงชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ดังนั้นทั้งทหารและสุนัขทหารจึงต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักก่อนที่จะลงสนามปฏิบัติภารกิจจริง

กองพันสุนัขทหาร มีภารกิจอะไรที่ต้องรับผิดชอบบ้าง?
สำหรับภารกิจหลักของเหล่านักรบสายจูงผู้กล้านั้น โดยภารกิจหลักก็คือการสนับสนุนหน่วยทหารในการรบด้วยการลาดตระเวน สะกดรอย ค้นหาทุ่นระเบิดหรือกับระเบิด ตรวจค้นยาเสพติดให้โทษและเพิ่มขีดความสามารถให้กับหน่วยทหารในการรักษาความปลอดภัยในที่ตั้งทางทหารและคลังยุทโธปกรณ์ ในส่วนของภารกิจป้องกันชายแดน ทางกองพันสุนัขทหารจะจัดกำลังพล

และอีกหนึ่งภาระกิจสำคัญของเหล่านักรบสายจูงก็คือ ถวายความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย โดยจะมีชุดสุนัขรักษาความปลอดภัยสนับสนุนกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยวังไกลกังวล , ชุดสุนัขทหารสนับสนุนกองพันทหารราบที่๔ กรมทหารราบที่๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ , หมวดสุนัขรักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพบก , หมวดสุนัขรักษาความปลอดภัยกองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ และหมวดสุนัขสนับสนุนกองพันป้องกันฐานบิน ศูนย์การบินทหารบก ในส่วนของการรักษาความมั่นคงภายใน ก็จะมีกองร้อยสุนัขทหารอโณทัย หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ที่จะปฏบัติภารกิจในพื้นที่สีแดงบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภารกิจที่ประชาชนพบได้บ่อยก็คือ สุนัขทหารที่ทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สหรัฐมียุทธศาสตร์ชัดเจนในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารในภูมิภาค โดยมีแผนในช่วง 5 ปีข้างหน้าที่จะสร้างเรือรบรุ่นใหม่ 40 ลำ ในอนาคตจะมีการเพิ่มจำนวนและขนาดของการซ้อมรบในภูมิภาค และจะมีการเพิ่มการเยือนท่าเรือต่างๆของเรือรบสหรัฐ โดยภายในปี 2020 จะมีการปรับสัดส่วนกองทัพเรือของสหรัฐครั้งใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วน 50/50 เปอร์เซ็นต์ระหว่างกองกำลังในมหาสมุทรแปซิฟิกกับในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในอนาคตสัดส่วนจะกลายเป็น 60% ในแปซิฟิก และ40% ในแอตแลนติก

การปรับกำลังพลแนวใหม่ของสหรัฐฯ สามารถคาดการณ์ได้ว่าเอเชียและอาเซียนในศตวรรษที่ 21 อาจกลายมาเป็นแนวสนามแห่งใหม่ที่ทำให้ทหารสหรัฐฯสามารถเจาะเกราะแทรกซึมเข้ามาโฉบเฉี่ยวโลดแล่นบนเวทีความมั่นคงประจำภูมิภาคได้อย่างแนบแน่นมากกว่าในอดีต ซึ่งก็ถือเป็นทิศทางการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากองทัพสหรัฐฯ ระหว่างห้วงปี ค.ศ.2011-2015 ที่กำหนดให้โครงสร้างกำลังรบสหรัฐฯจะต้องประกอบไปด้วยการบรรจุยุทโธปกรณ์แนวใหม่ อย่างเช่น เรือบรรทุกเครื่องบินจำนวน 10-11 ลำ กองเรือผิวน้ำขนาดใหญ่ 84-88 ลำ เรือรบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก 29-31 ลำ ตลอดจนกองบินทิ้งระเบิดระยะไกล จำนวน 5 กอง และกองบินครองอากาศขนาดใหญ่อีกราวๆ 6 กอง การรุกคืบทางการทหารของกองทัพสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการโต้กลับทางยุทธศาสตร์ขนานใหญ่จากจีน ได้ทำให้ภูมิภาคอาเซียนถูกกำหนดให้เป็นโซนบริวารหรือกระดานสัประยุทธ์ทางการทหารของสองทวิอำนาจทางการเมืองโลกอย่างชัดแจ้ง จนทำให้อาเซียนและรัฐแปซิฟิกอื่นๆ อาจดำรงสภาพเป็นเพียงแค่เขตอิทธิพลของพญาอินทรีย์กับพญามังกร

การเสริมสร้างเสถียรภาพทั่วโลกผ่านการเป็นหุ้นส่วนในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ และวางเป้าหมายปรับโฉมกำลังทหารเพื่อให้ทันกับปัญหาท้าทายในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่สหรัฐต้องเผชิญได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในช่วงเวลา 7 ปีนับแต่แผนยุทธศาสตร์ฉบับก่อน ปัจจุบันสหรัฐประสบปัญหาท้าทายหลากหลายด้านในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตั้งแต่การผงาดขึ้นของจีนและอินเดีย, โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ, การเปลี่ยนดุลอำนาจทางเศรษฐกิจโลก จนถึงการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างดุเดือด ซึ่งแผนนี้เรียกร้องให้สหรัฐปรับปรุงเสถียรภาพของโลกด้วยการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระดับกองทัพต่อกองทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งกับจีนและประเทศในภูมิภาคนี้

ความก้าวหน้าทางด้านนาโนเทคโนโลยีกำลังจะทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกที่ไร้เทียมทาน ถึงแม้จีนจะไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เพราะจีนเองก็กำลังทุ่มงบประมาณอย่างหนัก สำหรับการวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีเพื่อการทหารเช่นกัน แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง สหรัฐอเมริกาได้ปรับบทบาทจาก “พี่ใหญ่ของโลกเสรี” มาเป็น “ตำรวจโลก” ที่ต้องรักษาความสงบสุขรอบโลก รูปแบบการจัดกำลังรบของสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก จากการมีฐานทัพขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ มาเป็นกำลังรบขนาดเล็กลง และลอยน้ำโดยตั้งอยู่กระจัดกระจายครอบคลุมเกือบทั้งโลก กำลังรบที่เล็กลงนี้มีความคล่องตัวและเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว อีกทั้งสามารถจะไปรวมตัวยังจุดใดจุดหนึ่งก็ได้เมื่อถูกเรียกใช้

เมื่อโครงการนี้พัฒนาไปถึงขีดสุด สิ่งที่ทหารราบสหรัฐจะได้รับก็คือ น้ำหนักของสัมภาระส่วนตัวจะลดลงจาก 45 กิโลเหลือแค่ 10 กิโลเท่านั้น อาวุธประจำกายที่พัฒนาขึ้นไปอีก โดยใช้นาโนวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีอำนาจการยิงสูง ชุดเกราะที่ทำจากเส้นใยนาโนที่เบาและใส่สบายแถมมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่วัดสภาพร่างกายเช่น อัตราชีพจร อุณหภูมิ ความดัน และส่งข้อมูลตรงไปที่กองบัญชาการภาคสนาม ซึ่งสามารถมอนิเตอร์สัญญาณชีวิตของทหารแต่ละนาย มีนาโนเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสารเคมีและเชื้อโรค ชุดทหารอัจฉริยะเหล่านี้ฝังคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เชื่อมโยงสัญญาณจากเซ็นเซอร์ต่างๆด้วยเส้นใยที่นำไฟฟ้าทักทอไปพร้อมกับใยผ้า มีระบบระบายความร้อนแบบเทอร์โมอิเล็กตริก ทำให้นักรบเหล่านี้สามารถปฏิบัติการในทะเลทรายตลอดวันได้โดยไม่เหนื่อยเพลีย ภายนอกของชุดมีเซ็นเซอร์ตรวจสอบสภาพของแสงรอบข้าง และจะปรับชุดให้สามารถพรางตัวได้ เช่น หากอยู่ในหิมะจะเป็นสีขาว ในป่าจะมีสีเขียว เป็นต้น รวมทั้งยังเป็นชุดที่ทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่เปื้อนเลนหรือโคลน เหมือนใบบัวที่ไม่เปียกน้ำและสะอาดใสปิ๊งตลอดเวลา อุปกรณ์ทุกอย่างได้พลังงานมาจากแบตเตอรีความจุสูงน้ำหนักเบาที่ทำจากวัสดุนาโน โดยจะประจุไฟเข้าไปเก็บในเวลากลางวันโดยใช้เซลล์สุริยะ โดยขณะนี้ทางเพนตากอนได้ทดลองเซลล์สุริยะแบบพลาสติกที่พับเก็บได้ในภาคสนามแล้ว ลักษณะเหมือนม่านบังแดดหน้ารถ หมวกทหารก็จะเปลี่ยนไป จากหมวกเหล็กที่แสนจะธรรมดา มาเป็นหมวกที่มีฝาครอบเหมือนหมวกกันน็อกของสิงห์นักบิด หากแต่หมวกทหารใบนี้นอกจากจะกันกระสุนแล้ว ฝาครอบยังเป็นเสมือนจอดิสเพลย์ที่แสดงผลข้อมูลที่ทหารจำเป็นต้องรู้ โดยสามารถควบคุมด้วยเสียงพูด มีอุปกรณ์มองเห็นด้วยรังสีอินฟาเรดสำหรับเวลากลางคืน ยานพาหนะที่จะนำทหารหน่วยนี้ไปรบก็จะมีความพิเศษกว่าตรงที่ ยานเหล่านี้ติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้รอบทิศทาง ถ้ามีการจู่โจมจากอาวุธจรวดก็สามารถตอบโต้โดยอัตโนมัติด้วยการยิงกระสุนที่สามารถแตกสะเก็ดเพื่อทำลายจรวดที่พุ่งเข้ามาก่อนจะถึงพาหนะ วัสดุที่ใช้ทำเกราะก็หนีไม่พ้นวัสดุที่ใช้ส่วนผสมของท่อนาโนคาร์บอนที่มีความแข็งแกร่งสูงมาก

กองทัพสหรัฐอเมริกานับเป็นหนึ่งในกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ยอดกำลังพล กำลังพลได้มาจากอาสาสมัครจำนวนมากซึ่งได้รับค่าตอบแทน แม้ในอดีตจะมีการเกณฑ์ทหารทั้งในยามสงครามและยามสงบ กองทัพมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา สัมผัสความสามัคคีและเอกลักษณ์ของชาติถูกสร้างขึ้นจากผลของชัยชนะ กองทัพอากาศสหรัฐฯ นำเอา กูเกิล กลาส อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะมาทดสอบใช้งานภาคสนาม เพื่อดูว่าคอมพิวเตอร์ช่วยให้ทหารปฏิบัติภารกิจดีขึ้นหรือไม่ โดยมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานบนระบบแอนดรอยด์ แต่ยังพัฒนาไม่เสร็จในเวลานี้ ทอ.สหรัฐ ทดสอบใช้กูเกิล กลาส สำหรับทหารที่ปฏิบัติภารกิจในสนามรบ

เว็บไซต์ Cnet อ้างการรายงานของ venturebeat ที่ระบุว่า ขณะที่ทีมวิจัยและทดสอบ “แบทแมน” ที่ ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังอยู่ระหว่างทดสอบการใช้งานแว่นตา กูเกิลกลาส (Google Glass) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในการรบภาคสนาม แอนเดรส คาลโว นักพัฒนาซอฟต์แวร์พลเรือน และผู้รับเหมา ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้สมบูรณ์จนเป็นที่ยอมรับในระยะเวลาอันใกล้ อุปกรณ์สวมใส่ได้ไม่เป็นหมัดเด็ดสำหรับสิ่งต่างๆ ที่กองทัพอากาศต้องการ นักพัฒนาจะทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้บนระบบโอเอสแอนดรอยด์

กูเกิล กลาส มีความสามารถบันทึกวิดีโอ ถ่ายภาพ สนทนาข้อความ และค้นหาเส้นทาง หาข้อมูลจากเว็บไซต์ และอื่นๆ รุ่นนี้เป็นแบบที่ใช้แบบเรียลไทม์ และมีขีดความสามารถใช้ในสถานการณ์อันตรายแบบที่ทหารเจอ เพื่อใช้ในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทหาร มีบางแอพพลิเคชั่นที่มีอินเทอร์เฟซช่วยให้อุปกรณ์สวมใส่สามารถช่วยกองทัพอากาศได้มากขึ้น ทีมพัฒนาที่ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานในสมรภูมิรบ โดยสร้างบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แพลตฟอร์ม ตามรายงานของ venturebeat กูเกิล และทอ.สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นพันธมิตรกันในโครงการทดสอบอุปกรณ์สวมใส่ดังกล่าว

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูเกิลกลาสถูกเลือกมาใช้งานโดยเหล่ามืออาชีพ นอกเหนือจากเซียนด้านไอที ยังมี นักดับเพลิง แพทย์ และคนทำงานภาคสนาม ที่ได้มีการร่วมทดสอบอุปกรณ์ไปเมื่อเดือน มี.ค.2557 ที่ผ่านมา โดยห้องฉุกเฉินของคลินิกแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน ได้ประกาศว่าจะนำกูเกิลกลาสมาใช้ในการ ทดสอบคนไข้ให้อ่านตัวอักษรบนชาร์ต