ทุกครั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไม่สงบต่างๆ รวมไปถึงการเข้าจับกุมยาเสพติด และการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เราจะเห็นว่าการทำงานของเจ้าหน้าทหารนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เรียกได้ว่าต้องลุ้นกันวินาทีต่อวินาที …
และท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดนั้น เราก็จะพบว่านอกจากจะมีทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องความสงบสุขของประชาชนแล้ว ก็ยังมี “สุนัขทหาร” ที่เป็นอีกหนึ่งแรงกำลังสำคัญที่ร่วมทำงานอยู่เคียงข้างทหารในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงอันตราย ถ้าหากปฏิบัติภารกิจสำเร็จทั้งทหารและสุนัขทหารก็จะปลอดภัย แต่ถ้าหากปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ นั่นก็อาจหมายถึง “การสูญเสีย” …เมื่อทุกวินาทีของการปฏิบัติภารกิจหมายถึงชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ดังนั้นทั้งทหารและสุนัขทหารจึงต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักก่อนที่จะลงสนามปฏิบัติภารกิจจริง

กองพันสุนัขทหาร มีภารกิจอะไรที่ต้องรับผิดชอบบ้าง?
สำหรับภารกิจหลักของเหล่านักรบสายจูงผู้กล้านั้น โดยภารกิจหลักก็คือการสนับสนุนหน่วยทหารในการรบด้วยการลาดตระเวน สะกดรอย ค้นหาทุ่นระเบิดหรือกับระเบิด ตรวจค้นยาเสพติดให้โทษและเพิ่มขีดความสามารถให้กับหน่วยทหารในการรักษาความปลอดภัยในที่ตั้งทางทหารและคลังยุทโธปกรณ์ ในส่วนของภารกิจป้องกันชายแดน ทางกองพันสุนัขทหารจะจัดกำลังพล

และอีกหนึ่งภาระกิจสำคัญของเหล่านักรบสายจูงก็คือ ถวายความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย โดยจะมีชุดสุนัขรักษาความปลอดภัยสนับสนุนกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยวังไกลกังวล , ชุดสุนัขทหารสนับสนุนกองพันทหารราบที่๔ กรมทหารราบที่๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ , หมวดสุนัขรักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพบก , หมวดสุนัขรักษาความปลอดภัยกองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ และหมวดสุนัขสนับสนุนกองพันป้องกันฐานบิน ศูนย์การบินทหารบก ในส่วนของการรักษาความมั่นคงภายใน ก็จะมีกองร้อยสุนัขทหารอโณทัย หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ที่จะปฏบัติภารกิจในพื้นที่สีแดงบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภารกิจที่ประชาชนพบได้บ่อยก็คือ สุนัขทหารที่ทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สหรัฐมียุทธศาสตร์ชัดเจนในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารในภูมิภาค โดยมีแผนในช่วง 5 ปีข้างหน้าที่จะสร้างเรือรบรุ่นใหม่ 40 ลำ ในอนาคตจะมีการเพิ่มจำนวนและขนาดของการซ้อมรบในภูมิภาค และจะมีการเพิ่มการเยือนท่าเรือต่างๆของเรือรบสหรัฐ โดยภายในปี 2020 จะมีการปรับสัดส่วนกองทัพเรือของสหรัฐครั้งใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วน 50/50 เปอร์เซ็นต์ระหว่างกองกำลังในมหาสมุทรแปซิฟิกกับในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในอนาคตสัดส่วนจะกลายเป็น 60% ในแปซิฟิก และ40% ในแอตแลนติก

การปรับกำลังพลแนวใหม่ของสหรัฐฯ สามารถคาดการณ์ได้ว่าเอเชียและอาเซียนในศตวรรษที่ 21 อาจกลายมาเป็นแนวสนามแห่งใหม่ที่ทำให้ทหารสหรัฐฯสามารถเจาะเกราะแทรกซึมเข้ามาโฉบเฉี่ยวโลดแล่นบนเวทีความมั่นคงประจำภูมิภาคได้อย่างแนบแน่นมากกว่าในอดีต ซึ่งก็ถือเป็นทิศทางการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากองทัพสหรัฐฯ ระหว่างห้วงปี ค.ศ.2011-2015 ที่กำหนดให้โครงสร้างกำลังรบสหรัฐฯจะต้องประกอบไปด้วยการบรรจุยุทโธปกรณ์แนวใหม่ อย่างเช่น เรือบรรทุกเครื่องบินจำนวน 10-11 ลำ กองเรือผิวน้ำขนาดใหญ่ 84-88 ลำ เรือรบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก 29-31 ลำ ตลอดจนกองบินทิ้งระเบิดระยะไกล จำนวน 5 กอง และกองบินครองอากาศขนาดใหญ่อีกราวๆ 6 กอง การรุกคืบทางการทหารของกองทัพสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการโต้กลับทางยุทธศาสตร์ขนานใหญ่จากจีน ได้ทำให้ภูมิภาคอาเซียนถูกกำหนดให้เป็นโซนบริวารหรือกระดานสัประยุทธ์ทางการทหารของสองทวิอำนาจทางการเมืองโลกอย่างชัดแจ้ง จนทำให้อาเซียนและรัฐแปซิฟิกอื่นๆ อาจดำรงสภาพเป็นเพียงแค่เขตอิทธิพลของพญาอินทรีย์กับพญามังกร

การเสริมสร้างเสถียรภาพทั่วโลกผ่านการเป็นหุ้นส่วนในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ และวางเป้าหมายปรับโฉมกำลังทหารเพื่อให้ทันกับปัญหาท้าทายในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่สหรัฐต้องเผชิญได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในช่วงเวลา 7 ปีนับแต่แผนยุทธศาสตร์ฉบับก่อน ปัจจุบันสหรัฐประสบปัญหาท้าทายหลากหลายด้านในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตั้งแต่การผงาดขึ้นของจีนและอินเดีย, โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ, การเปลี่ยนดุลอำนาจทางเศรษฐกิจโลก จนถึงการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างดุเดือด ซึ่งแผนนี้เรียกร้องให้สหรัฐปรับปรุงเสถียรภาพของโลกด้วยการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระดับกองทัพต่อกองทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งกับจีนและประเทศในภูมิภาคนี้

ความก้าวหน้าทางด้านนาโนเทคโนโลยีกำลังจะทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกที่ไร้เทียมทาน ถึงแม้จีนจะไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เพราะจีนเองก็กำลังทุ่มงบประมาณอย่างหนัก สำหรับการวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีเพื่อการทหารเช่นกัน แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง สหรัฐอเมริกาได้ปรับบทบาทจาก “พี่ใหญ่ของโลกเสรี” มาเป็น “ตำรวจโลก” ที่ต้องรักษาความสงบสุขรอบโลก รูปแบบการจัดกำลังรบของสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก จากการมีฐานทัพขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ มาเป็นกำลังรบขนาดเล็กลง และลอยน้ำโดยตั้งอยู่กระจัดกระจายครอบคลุมเกือบทั้งโลก กำลังรบที่เล็กลงนี้มีความคล่องตัวและเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว อีกทั้งสามารถจะไปรวมตัวยังจุดใดจุดหนึ่งก็ได้เมื่อถูกเรียกใช้

เมื่อโครงการนี้พัฒนาไปถึงขีดสุด สิ่งที่ทหารราบสหรัฐจะได้รับก็คือ น้ำหนักของสัมภาระส่วนตัวจะลดลงจาก 45 กิโลเหลือแค่ 10 กิโลเท่านั้น อาวุธประจำกายที่พัฒนาขึ้นไปอีก โดยใช้นาโนวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีอำนาจการยิงสูง ชุดเกราะที่ทำจากเส้นใยนาโนที่เบาและใส่สบายแถมมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่วัดสภาพร่างกายเช่น อัตราชีพจร อุณหภูมิ ความดัน และส่งข้อมูลตรงไปที่กองบัญชาการภาคสนาม ซึ่งสามารถมอนิเตอร์สัญญาณชีวิตของทหารแต่ละนาย มีนาโนเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสารเคมีและเชื้อโรค ชุดทหารอัจฉริยะเหล่านี้ฝังคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เชื่อมโยงสัญญาณจากเซ็นเซอร์ต่างๆด้วยเส้นใยที่นำไฟฟ้าทักทอไปพร้อมกับใยผ้า มีระบบระบายความร้อนแบบเทอร์โมอิเล็กตริก ทำให้นักรบเหล่านี้สามารถปฏิบัติการในทะเลทรายตลอดวันได้โดยไม่เหนื่อยเพลีย ภายนอกของชุดมีเซ็นเซอร์ตรวจสอบสภาพของแสงรอบข้าง และจะปรับชุดให้สามารถพรางตัวได้ เช่น หากอยู่ในหิมะจะเป็นสีขาว ในป่าจะมีสีเขียว เป็นต้น รวมทั้งยังเป็นชุดที่ทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่เปื้อนเลนหรือโคลน เหมือนใบบัวที่ไม่เปียกน้ำและสะอาดใสปิ๊งตลอดเวลา อุปกรณ์ทุกอย่างได้พลังงานมาจากแบตเตอรีความจุสูงน้ำหนักเบาที่ทำจากวัสดุนาโน โดยจะประจุไฟเข้าไปเก็บในเวลากลางวันโดยใช้เซลล์สุริยะ โดยขณะนี้ทางเพนตากอนได้ทดลองเซลล์สุริยะแบบพลาสติกที่พับเก็บได้ในภาคสนามแล้ว ลักษณะเหมือนม่านบังแดดหน้ารถ หมวกทหารก็จะเปลี่ยนไป จากหมวกเหล็กที่แสนจะธรรมดา มาเป็นหมวกที่มีฝาครอบเหมือนหมวกกันน็อกของสิงห์นักบิด หากแต่หมวกทหารใบนี้นอกจากจะกันกระสุนแล้ว ฝาครอบยังเป็นเสมือนจอดิสเพลย์ที่แสดงผลข้อมูลที่ทหารจำเป็นต้องรู้ โดยสามารถควบคุมด้วยเสียงพูด มีอุปกรณ์มองเห็นด้วยรังสีอินฟาเรดสำหรับเวลากลางคืน ยานพาหนะที่จะนำทหารหน่วยนี้ไปรบก็จะมีความพิเศษกว่าตรงที่ ยานเหล่านี้ติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้รอบทิศทาง ถ้ามีการจู่โจมจากอาวุธจรวดก็สามารถตอบโต้โดยอัตโนมัติด้วยการยิงกระสุนที่สามารถแตกสะเก็ดเพื่อทำลายจรวดที่พุ่งเข้ามาก่อนจะถึงพาหนะ วัสดุที่ใช้ทำเกราะก็หนีไม่พ้นวัสดุที่ใช้ส่วนผสมของท่อนาโนคาร์บอนที่มีความแข็งแกร่งสูงมาก

กองทัพสหรัฐอเมริกานับเป็นหนึ่งในกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ยอดกำลังพล กำลังพลได้มาจากอาสาสมัครจำนวนมากซึ่งได้รับค่าตอบแทน แม้ในอดีตจะมีการเกณฑ์ทหารทั้งในยามสงครามและยามสงบ กองทัพมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา สัมผัสความสามัคคีและเอกลักษณ์ของชาติถูกสร้างขึ้นจากผลของชัยชนะ กองทัพอากาศสหรัฐฯ นำเอา กูเกิล กลาส อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะมาทดสอบใช้งานภาคสนาม เพื่อดูว่าคอมพิวเตอร์ช่วยให้ทหารปฏิบัติภารกิจดีขึ้นหรือไม่ โดยมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานบนระบบแอนดรอยด์ แต่ยังพัฒนาไม่เสร็จในเวลานี้ ทอ.สหรัฐ ทดสอบใช้กูเกิล กลาส สำหรับทหารที่ปฏิบัติภารกิจในสนามรบ

เว็บไซต์ Cnet อ้างการรายงานของ venturebeat ที่ระบุว่า ขณะที่ทีมวิจัยและทดสอบ “แบทแมน” ที่ ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังอยู่ระหว่างทดสอบการใช้งานแว่นตา กูเกิลกลาส (Google Glass) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในการรบภาคสนาม แอนเดรส คาลโว นักพัฒนาซอฟต์แวร์พลเรือน และผู้รับเหมา ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้สมบูรณ์จนเป็นที่ยอมรับในระยะเวลาอันใกล้ อุปกรณ์สวมใส่ได้ไม่เป็นหมัดเด็ดสำหรับสิ่งต่างๆ ที่กองทัพอากาศต้องการ นักพัฒนาจะทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้บนระบบโอเอสแอนดรอยด์

กูเกิล กลาส มีความสามารถบันทึกวิดีโอ ถ่ายภาพ สนทนาข้อความ และค้นหาเส้นทาง หาข้อมูลจากเว็บไซต์ และอื่นๆ รุ่นนี้เป็นแบบที่ใช้แบบเรียลไทม์ และมีขีดความสามารถใช้ในสถานการณ์อันตรายแบบที่ทหารเจอ เพื่อใช้ในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทหาร มีบางแอพพลิเคชั่นที่มีอินเทอร์เฟซช่วยให้อุปกรณ์สวมใส่สามารถช่วยกองทัพอากาศได้มากขึ้น ทีมพัฒนาที่ฐานทัพอากาศไรท์ แพททิสัน กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้งานในสมรภูมิรบ โดยสร้างบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แพลตฟอร์ม ตามรายงานของ venturebeat กูเกิล และทอ.สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นพันธมิตรกันในโครงการทดสอบอุปกรณ์สวมใส่ดังกล่าว

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูเกิลกลาสถูกเลือกมาใช้งานโดยเหล่ามืออาชีพ นอกเหนือจากเซียนด้านไอที ยังมี นักดับเพลิง แพทย์ และคนทำงานภาคสนาม ที่ได้มีการร่วมทดสอบอุปกรณ์ไปเมื่อเดือน มี.ค.2557 ที่ผ่านมา โดยห้องฉุกเฉินของคลินิกแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน ได้ประกาศว่าจะนำกูเกิลกลาสมาใช้ในการ ทดสอบคนไข้ให้อ่านตัวอักษรบนชาร์ต

พื้นที่ตามแนวชายแดนของประเทศ

มีความสำคัญยิ่งต่อการรักษาเอกราชอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ภารกิจในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนนั้น มิได้หมายถึงการสร้างรั้ว เครื่องกีดขวาง การวางกำลังทหาร กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อตรึงแนวชายแดนเท่านั่น แต่ยังหมายถึงภารกิจที่ต้องฟื้นฟูศักยภาพของประชาชนให้เข้มแข็งทุกด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา การเมืองการปกครอง เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้สูงขึ้น พร้อมที่จะเป็นปราการพลังประชาชน

สถานการณ์การก่อการร้ายในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้ลดจำนวนการก่อเหตุลงเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าการก่อการร้ายยังคงเป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก ขณะเดียวกันปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างเชื้อชาติ และศาสนา รวมทั้ง ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม-อารยธรรม ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศต่างๆและระหว่างประเทศ ดังนั้นการผนึกกำลังป้องกันประเทศ โดยการนำทรัพยากรที่เป็นพลังอำนาจของชาติทุกประเภท ในทุกมิติทั้งด้านการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาบูรณาการอย่างมีระเบียบแบบแผนและเป็นระบบตั้งแต่ยามปกติ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของชาติ รวมทั้งชดเชยอำนาจกำลังรบของกองทัพที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องมีการเตรียมการและกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งในยามปกติและยามสงคราม

หน้าที่ในการรักษาความสงบตามแนวชายแดน

ในลักษณะจัดชุดเฝ้าตรวจ และชุดลาดตระเวนตามเส้นทาง ช่องทาง หรือพื้นที่ที่คาดว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม การกระทำผิดกฎหมาย หรือการกระทำที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และหลบหนีเข้าเมือง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่หวงห้ามทางทหาร การลักลอบนำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ออกนอกประเทศ การลักลอบขนสินค้าหลบเลี่ยงภาษี การค้าอาวุธสงคราม และการปล้นราษฎรตามแนวชายแดน การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการป้องกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคน ชุมชน ในตำบลชายแดนให้มีภูมิคุ้มกันจากปัญหาต่างๆ และยังต้องมีการส่งเสริมความเข้าใจที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดการนำไปสู่ความขัดแย้ง และเพิ่มความร่วมมือในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน